26-28 May 2010 : Alone in Moscow

 

ก่อนอื่นเลยคือรัตนาวดีถูกassignให้ไปMoscowคนเดียวแบบสายฟ้าแล่บ
พี่ๆที่ออฟฟิสก็เตือนว่า เค้าไม่พูดภาษาอังกฤษกันนะ ต้องเตรียมตัวไปดีๆ
แต่ได้ข่าวว่าเพิ่งรู้ตัวก่อนไปแค่3วัน วันแรกเตรียมเรื่องที่พัก+ตั๋ว วันที่2-3เตรียมงานไปpresent
ไอ้คืนสุดท้ายก่อนบินเนี่ย ถึงมีเวลาเตรียมตัวอะไรๆต่ออะไรของตัวเอง แต่ไฟดันดับอีก!!
กว่าจะแพ็คกระเป๋าเสร็จก็4ทุ่ม เราก็เอาแผนที่มากางเลย เปิดกูเกิล หาข้อมูลทุกอย่้าง
ต้องไปเที่ยวที่ไหน ห้ามทำอะไรบ้าง แผนที่รถไฟใต้ดินเป็นยังไง
แบบว่าอ่านข้อมูลทุกอย่าง แล้วโหลดรูป+แผนที่ใส่มือถือ เพราะคืนนั้นปริ๊นเตอร์เสีย เริ่ดมากก
ทั้งๆที่ยังไม่รู้อนาคตเลยว่าจะมีเวลาได้แว่บไปเที่ยวมั๊ย บ้านเมืองเค้าเป็นยังไงก็ไม่รู้
คิดแต่ว่าเอาวะ ยังไงๆที่นี่มีที่เที่ยวแค่แหล่งเดียว ยังไงถ้ามีจังหวะต้องไปให้ได้

ครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่รู้จะได้ไปอีกเมื่อไหร่ ไหนๆก็มีคนออกค่าตั๋ว+ที่พักให้แล้ว ต้องไปให้คุ้ม
อ่านรีวิวจากคนที่ไป มีแต่เรื่องร้ายๆ น่ากลัวๆทั้งนั้น โดนล้วงกระเป๋าบ้าง โดนโกงค่ารถบ้าง
แต่เราก็ไม่หวั่น คิดดูดีๆ เวลาต่างชาติมาเที่ยวบ้านเรา เค้าก็คงถูกเตือนไม่ต่างกัน
แล้วนี่เราเป็นคนไทย มีชีวิตอยู่ในเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเกิดอาชญากรรม และโจรกรรมมากที่สุดในโลกเมืองนึง
ดังนั้นจะไปกลัวอะไรวะ!! อีกอย่างเราก็ศึกษาข้อมูลมาอย่างดี ยังไงชั้นต้องมีชีวิตรอดกลับมาแน่นอน!!

เช้าวันที่26 chk-in 8โมงเช้า TG971 กัปตันจุลดิษ ชื่อคุ้นมาก สงสัยคงเคยนั่งเครื่องที่แกขับมาแล้ว
ไม่ค่อยได้บินflightเช้า เลยรู้สึกแปลกๆสนามบินโล่งเชียว พอถามเค้าแล้วรู้ว่าเครื่องว่างงงงงเลยสบายใจไป
ตีตั๋วนอนยาวแน่ๆ เพราะเมื่อคืนได้นอนแค่ชม.กว่าๆเพราะมัวแต่หาข้อมูล
แต่พอเอาเข้าจริงๆ พอขึ้นเครื่อง รัตนาวดีก็enjoyกับหนังบนเครื่องมาก กำหนดการบิน9ชม.45นาที
ดูไป2เรื่องแน่ะ When in Rome กับ The Shipmunk2
แถมของกินTGก็เป็นอะไรที่ถูกปากสุดๆ คิดถึงพี่โต้งกับชิสุเลย
ถ้าบินด้วยกัน เราก็จะได้ของหวานจาก2คนนี่ตลอด แถมถ้ากินไม่หมดก็เก็บไว้กินระหว่างวันได้อีก คุ้ม!

อาหารมื้อเที่ยงบนเครื่องประกอบด้วย
-Cooked Ham with Fusilli Ceasar Dressing
-Pork Piccata with Tomato and Fresh Italian Basil Sauce Linguini Noodles,Vegetables
-Maisano Roll,Butter,Cheese,Biscuits,Raspberry Crumble
มื้อนี่กรี๊ดCheese ยี่ห้อBUKOนี่มาก เป็นชีสแล้วมัเนื้อเห็ดผสมด้วย ชอบมากขนาดถ่ายรูปมาเก็บไว้เผื่อไปหาซื้อกินเลยอ่ะ

หลังจากกินเสร็จ ดูหนังจบ ก็ได้เวลานอน เที่ยวนี้ไม่กล้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อะไรทั้งสิ้น
เพราะไม่รู้ว่าลงจากเครื่องไปแล้วจะเจออะไรบ้าง แถมเจ้านายบอกว่า ถ้าโดนตรวจกระเป๋าให้จ่ายตังมันไป100USD
โดยการสอดแบ็งค์เอาไว้กับพาสปอร์ตแล้วยื่นให้มัน เพราะเค้าโดนเกือบทุกครั้งที่ไป
ถึงแม้ว่าเราจะขนของมาเพื่อนpresentอย่างเดียว ไม่ได้ขายก็เหอะ แต่พวกนี้จะเนียนทำเป็นพูดกับเราไม่รู้เรื่อง
แล้วจะเรียกตัวเราให้ไปด้วยให้ได้ ดังนั้น เพื่อจบปัญหาให้ง่ายที่สุด ก็คือจ่ายตังไป100-200USD

มาดูมื้อเย็นของflightนี้กัน
-Feta Cheese,Tomato,Japanese Cucumber in Manuka Honey Dressing
-Roast Duck with Barbecue Sauce Chinese Yellow Noodles,Kailan with Oyster Sauce
-Rustico Bread Roll,Butter,Brownie
เป็ดนิ่มม..อร่อยมาก…ทำไมทุกคนชอบพูดว่า อาหารบนเครื่องมันไม่ได้เรื่องนะ!ลองไปเจอกอาหารรัสเซียซะก่อน!

ทั้งเครื่องมีคนไทยอยู่3-4คน เราก็เข้าไปสวัสดีค่ะ แนะนำตัวเลย ทักทายกันเอาไว้ เผื่อมีไรอย่างน้อยจะได้อุ่นใจไว้
พอถึงสนามบิน เดโมโวโดโร ไรเนี่ย อ่านไม่เคยถูก เลยเรียกย่อๆว่าDME airport
เราก็ต้องเนียนทำหน้าชิล ลากกระเป๋ากรุบกริบเดินลั๊นลาออกมาคนเดียวแบบมั่นใจมาก เหมือนชั้นมาบ่อย เดินฉับๆๆ ชิลลล
แต่จริงๆในใจ โอ๊ยย..กรูเดินมาถูกทางป่าววะ อย่าเรียกชั้นตรวจนะ แกพูดกะชั้นไม่รู้เรื่องหรอก
ชั้นเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆเดินทางคนเดียว อย่ามายุ่งกะช๊านเลยยยยย 5555
ในที่สุดก็ผ่านตม.ออกมาได้โดยไม่โดนเรียกตรวจ เริ่ด! ออกมาก็มีlimoจากโรงแรมมารับ สบายไป

รัสเซียขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่รถติดม๊ากกก เคยอ่านเจอเค้าบอกว่าเค้ามีเงินซื้อรถกันเยอะ
แต่เผอิญถนนที่สร้างไว้มันไม่พอรองรับรถที่มากขึ้นเรื่อยๆ
มีคนไปมาแล้วบอกว่า จากสนามบินไปใจกลางเมือง ประมาณ1.5-2ชม.
แต่รัตนาวดีอยู่บนรถ4ชม.!!! เครื่องลง6โมงครั้ง ถึงโรงแรม4ทุ่มครึ่ง!!
หิวมาก!!! โชคดีไม่ปวดฉี่เพราะมันคงคุยกะชั้นไม่รู้เรื่องอยู่ดี!!

ระหว่างทาง จะเจอรถที่ติดริบบิ้นสีส้มม่วงอยู่ตลอดทาง บางคนก็ผูกกับกระเป๋าถือ
เห็นแล้วก็คิดถึงเมืองไทย เหมือนพวกเสื้อแดงติดริบบิ้นแดง พวกหลากสีติดริบบิ้นธงชาติอะไรแบบนั้น
บ้านเมืองเค้าก็เป็นเผด็จการเก่า เรื่องเดินขบวนประท้วงนี่เป็นเรื่องปกติ
คาดว่าตอนนี้เค้าก็คงมีรณรงค์ประท้วงแสดงพลังอะไรกันซักอย่างเหมือนกัน

ถึงห้องแล้ว จริงๆอยากจะนอนๆๆไปเลย แต่ไม่ได้ หิว! และต้องลงไปเดินsurveyว่าแถวๆโรงแรมมีอะไรน่าสนใจมั่ง
จังหวะนั้นฟ้ามืด ฝนตก ทุกอย่างดูนัวๆไปหมด
ทันใดนั้น รัตนาวดีก็เหลือบไปเห็นแสงสว่างสีเหลืองอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
ป้ายสีเหลืองๆใหญ่ๆฝั่งโน่น เขียนว่า KFC สวรรค์!! ชั้นมีอะไรกินแล้ว!!
โรงแรมเราอยู่มุมนึงของ4แยกใหญ่ จะข้ามถนนไปต้องลงเดินใต้ดิน
บรรยากาศข้างบนว่าน่ากลัวแล้ว ข้างล่างน่ากลัวยิ่งกว่า!!

ตามทางเดินใต้ดินจะมีร้านค้าของกุ๊กกิ๊กเล็กๆซึ่งปิดหมดแล้ว
ตลอดเวลาที่เดินผ่าน จะมีเหมือนพวกวัยรุ่น เดินมาเขย่าประตูร้านทุกๆร้านเรียงไป
กะว่าถ้าร้านไหนลืมล็อคคือโดนแน่! คนก็น้อยอย่างที่เห็น เดินไปมาไม่มีใครสนใจใคร
ตรงหัวมุมมีพวกวัยรุ่นยืนอยู่ประมาณ6-7คน ชั้นก็พยามเดินเนียนๆเหมือนคุ้นพื้นที่มาก
ทั้งๆที่กำลังจะเดินไปไหนยังไม่รู้เลย รู้แต่ว่า KFC KFC KFC…
พอเราเดินผ่านกลุ่มนั้นมา เรารู้ตัวเลยว่ามี1-2คนจากในกลุ่มนั้นเดินตามเรา
ตอนนั้นตกใจมาก เอากระเป๋ามากอดไว้แล้วก็ติดสปีดเดินเร็วขึ้นนิดนึง
เจอบันไดทางขึ้นแรกก็เดินขึ้นเลย พอเห็นท้องฟ้าแล้วค่อยโล่งใจหน่อย
ตรงนั้นมีป้านรถเมล์พอดี เลยพอมีคน พอเรามองกลับลงไปก็ไม่มีใครตามมา…เฮ้ออ..!!

แต่ว่า!! ทางที่เราขึ้นมานั้น เป็นฝั่งตรงข้ามโรงแรม และไม่ใช่ฝั่งเดียวกับKCF!!
จะทำยังไงดี ไปKFCก็ไม่ได้ กลับโรงแรมก็ไม่ได้ เพราะต้องเดินลงทางใต้ดินทั้งหมด
ยืนงงๆอยู่ตรงนั้นซักพัก ฝนแมร่งก็ตกไม่หยุด หนาวจนขาจะแข็ง
พอดี มีคนญี่ปุ่น2คนเดินมา (ที่รู้เพราะดูจากการแต่งตัวก็รู้ได้มาแต่ไกลเลย)
เค้าเดินลงไปใต้ดิน เราเลย เอาวะ ขอเดินเนียนไปด้วย ประหนึ่งว่ามาด้วยกัน
ก็ถามเค้าว่า เดินไปรถไฟใต้ดินไปทางไหน (ยังจะมีอารมณ์ไปหาสถานีอีก เผื่อเที่ยว)
เค้าก็ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้ซักเท่าไหร่ จนเราต้องพูดว่า "มีโตร" คือmetroในภาษาเค้า เค้าถึงจะเข้าใจ

ในที่สุด รัตนาวดีก็ได้มาโผล่บันไดขาที่มันมา มีโตร และ KFC!!! ดูสิว่ามันมืดขนาดไหน!!
แต่พอเดินมาใกล้ๆถึงรู้ว่า มันเป็นKFCปลอม!! แค่เลียนแบบเฉยๆ
และที่สำคัญ มันปิดแล้ว!! แล้วเสือกเปิดไฟซะสว่างเลย!! รู้มั๊ยชั้นเสี่ยงชีวิตแค่ไหนเพื่อมาหาไก่กินเนี่ย!!!

หลังจากหมดหวังในของกินทุกอย่าง เราเดินไปเจอคีออสเล็กๆที่เหมือนจะขายขนมปัง
เป็นเหมือนตู้กระจกเล็กๆ แล้วมีรูอยู่นิดนึงให้มุดหัวเข้าไปสั่งของ
เราแค่เอ่ยปากว่า Excuse me… แล้วจิ้มขนมปังที่อยู่หน้ากระจก 
ป้าคนขายก็พ่นภาษารัสเซียใส่เราเป็นไฟ แล้วก็ปิดประตู ปิดร้าน หนีเราซะงั๊น!! อะไรวะ!!

สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินกลับโรงแรมโดยไม่ได้กินอะไร พอถึงห้อง เหนื่อยมาก สุดท้ายก็ไม่มีอะไรกิน
คิดดู คืนนั้นแกะห่อยาสีฟันออกมาเป็นคอลเกต และมันมีเขียนว่าmade in Thailand
ตอนนั้นคิดถึงบ้านมาก เหนื่อย หิว อยากกลับบ้าน ไม่รู้พรุ่งนี้ชั้นจะต้องเจออะไรอีกบ้าง…..
หลายคนถามว่า ทำไมไม่สั่งของในโรงแรมกิน ความจริงก็คือเปิดดูราคาแล้วเหนื่อยใจ
ซุปธรรมดาๆก็เริ่มต้นที่500up (เงิน1รูเบิล ก็เกือบเท่าๆกับเงิน1บาทไทย) 
เราไม่อยากให้บริษัทเค้าคิดว่าเราติดสบาย ใช้จ่ายเยอะ ยิ่งเพิ่งเดินทางครั้งแรกด้วย…เลยตัดใจนอนดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s