17-22 June 09 : HK Jewellery Show

ไปฮ่องกงคราวนี้ก็หนุกดีเหมือนทุกครั้ง
แต่ได้นอนโรงแรมเล็กลง เพราะบริษัทตัดงบ
เลยต้องมีคนนึงลงไปนอนพื้น สลับกันไป
เรากะชิสุนอนคนละครั้ง ส่วนพี่โต้งนอน3ครั้ง
เพราะไม่รู้ว่าจะกลับมานอนหรือไม่นอน เลยเสียผลประโยชน์ไป555

คราวนี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่ เพราะมันก็เหมือนๆเดิม
เราแนะนำที่กิน ที่เราไปกินประจำที่HKดีกว่า
ด้วยความที่อ่านภาษาจีนไม่ออก แต่ละร้านเราก็จะตั้งชื่อกันไปตามความเข้าใจ

ร้านแรกที่ไปกินหลังจัดบูธเสร็จวันแรก
เราเรียกว่าร้าน "เหมียวๆ" ที่มาของชื่อร้านก็คือ มีครั้งนึงเจ้านายมากินที่นี่
แล้วโทรศัพท์ดังเป็นเสียงแมว เค้าก็แกล้งไม่รับโทรศัพท์
พนักงานทั้งร้านก็นึกว่ามีแมวเข้ามาในร้าน แถมพูดจากันก็ไม่รู้เรื่อง
เค้าก็เลยเดินหาแมวกันให้วุ่นไปหมด ตั้งแต่นั้น พอจะไปกินร้านนี้ก็เลยเรียกว่าร้าน "เหมียวๆ"
ร้านนี้อยู่บนถนนCanton Road แถวๆตรงข้ามMacopolo Gateway
ราคาไม่น่าพิศมัย แถมมี+vat7% แต่เมนูขึ้นชื่อคือ พุดดิ้งมะม่าง
และมีพนักงานเก็บโต๊ะหน้าตาดีคนใหม่ (เพราะมาครั้งที่แล้วยังไม่เห็น)

ร้านถัดมาไปเดินเล่นที่Temple Streetไปเล็งกระเป๋าเหมือนทุกครั้ง
ไปเดินรอบแรก ไม่ได้กระเป๋าถูกใจเลยซักใบ แถมเปิดราคามาซะขี้เกียจต่อเลย
ชิสุพาไปกินร้านข้าวอบหม้อดินร้านใหม่ อยู่ตรง4แยกกลางตลาดเลย
แต่ร้านนี้เราไม่ปิ๊งเท่าไหร่ พอกินได้ กินไป3คน200กว่าHKD

ร้านถัดมาต้องไปกินตอนเช้าเพราะเป็นติมซำ
ร้านนี้เราตั้งชื่อว่า.."ติมซำพันปี" เพราะร้านนี้มีแต่คนแก่เท่านั้นที่มากิน
พอเราเดินเข้าไปจะเป็นตัวประหลาดมาก
เค้าจะกินกันซกมกๆหน่อย กินเสร็จนั่งแคะขี้ฟันกัน
บ้างก็นั่งฟังข่าว อ่านหนังสือพิม บ้างก็ถกกันช้งเช้ง…ฟังไม่รู้เรื่อง
มาคราวนี้เราขอเปลี่ยนชื่อร้านเป็น"ติมซำหมื่นปี" เพราะแก่คนเย๊อะมากกก…
ร้านนี้พอเดินเข้ามาเค้าจะให้กระดาษแผ่นนึง เราก็เดินไปที่เตานึ่งติมซำ
เลือกไปกี่เข่งๆ เค้าก็จะแสตมป์ตราลงไปบนกระดาษ พอกินเสร็จเราก็เอาไปจ่ายตัง
ราคาไม่แพงมาก เข่งนึงก็ราวๆ10กว่าHKDเอง รสชาดเรียกได้ว่า "ดั้งเดิม" ทีเดียว
พิกัดร้านอยู่ฝั่งฮ่องกง ขึ้นตรงสถานีWan-Chaiมาก็เจอเลย
เป็นทางไปทำงานของเราพอดี เมนูสุดโปรดของเจนนี่คือ..ข้าวอบตีนได่ และ ก๋วยเตี๋ยวหลอด

ร้านถัดมา เพิ่งค้นพบเมื่อคราวที่แล้วที่มา อยู่แถวถนนKowloon Park Drive
สังเกตุง่าย เพราะมีป้ายสีเหลืองเขียนภาษาไทยตัวเบ่อเริ่มว่า
"มรว.ถนัดศรี กินแล้วชอบ" อะไรประมาณเนี๊ยะแหละ
เมนูก็เป็นภาษาไทย แต่เวลาสั่งต้องชี้ด้วย ไม่งั๊นได้ของมาผิด
เมนูสุดอร่อยตือ บะหมี่หมูแดง..ผักไก๊หลั่น(เค้าเรียกงี๊ป่าววะ)ราดซอสเนื้อ
แล้วก็เกี๊ยวน้ำรวมมิตร ราคามิตรภาพ ราวๆ10-30HKD กินไป3คน 130กว่าHKD

ร้านถัดมาไปกินที่mongkok ที่นี่ฮิตอาหารญี่ปุ่นกันมาก คนต่อคิวยาวเชียว
มีเป็น10ๆร้านเรียงๆกัน แถมพนักงานที่ออกมาแนะนำเมนูข้างนอกก็หน้าตาดี เลือกร้านกินไม่ถูกกันเลยทีเดียว 5555
แต่ร้านที่เรากินเป็นร้านราเมง เส้นมันเหมือนขนมจีนบ้านเราเลย
ชามใหญ่มากกก รสชาติธรรมดา ไม่ถึงกับต้องมากินอีกครั้ง จานละ ~20HKD

เดินดูของที่ทongkokแล้วไม่ได้อะไรเลย มีแต่กระเป๋าก๊อปเต็มถนนไปหมดคล้ายๆมาบุญครอง แต่ถูกกว่าเยอะ
แต่มีร้านgift shopที่ซื้อของน่ารักๆประจำอยู่ร้านนึง ราคาก็ปกติ ไม่แพงมาก
คราวนี้ได้สมุดใส่พาสปอร์ต forever friendมาเล่มนึง 29HKD มีช่องใส่โน่นนี่เยอะ น่ารักม๊ากกก…

วันถัดมาเจ้านายให้เลือกระหว่างอาหารจีน กับอาหารเกาหลี
เราแอบเบื่ออาหารเกาหลี แต่คิดว่า ถ้ากินอาหารจีนคงเลี่ยนหน้าดู
แถมพี่โต้งก็อยากกินเกาหลี ก็เลยขอเจ้านายไปกินเนื้อย่างเกาหลีกัน
ร้านนี้พิกัดอยู่ตรงCanton Roadเหมือนกัน ใกล้ๆโรงแรมเจ้านาย
แต่ต้องเดินเข้าไปในซอยอีกหน่อย คนกินเยอะเต็มร้านเลย
แถมเค้าติดป้ายหน้าร้านด้วยว่าเป็นร้านที่มีหนังเกาหลีเคยมาถ่ายทำ ไรซักอย่างเนี่ย อ่านไม่ออก555
ร้านนี้อร่อยดี เนื้อย่างอร่อย เครื่องเคียงครบ น้ำเปล่าฟรี2ขวด แต่บิบิมบับกับซุปกิมจิ เฉยๆ 
แถมราคาแพงม๊ากก เรากะชิสุนั่งถกกันไปมาตอนสั่งของ จนเจ้านายรำคาญเลยบอกว่า
"พวกมึงนี่เรื่องมากจริงๆ สั่งๆไปเหอะไม่ต้องดูราคา" สุดท้ายบิลออกมา เจ้านายรูดปรื๊ดไป1400HKD
ตอนกินเจ้าของร้านเค้าเอาปากกามาแจกลูกค้าทุกคนด้วย แบบเขียนแล้วมีไฟ ตลกดี

ร้านถัดมาเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไฮโซมากกก ต้องโทรไปจองก่อนถึงจะมีโต๊ะนั่ง
วันแรกโทรไปไม่มีโต๊ะ ต้องจองข้ามวันเลยทีเดียว ถ้าจองห้องVIP จะได้เห็นวิวVictoria Bayทั้งหมด
แต่ต้องกินเกิน1200HKD ถึงจะจองห้องนั้นได้ เจ้านายเราเลยบอกให้จองโต๊ะรรมดา

ร้านนี้อร่อยมากกกกกกกก ปลาเป็นปลา ชิ้นใหญ่เต็มๆคำ
แบบว่าซาซิมิละลายในปาก สุโค่ยยยยย… ซูชิก็หน้าอลังการๆทั้งนั้น 
คือแบบ อร่อยทุกอย่างที่สั่งมา แถวเจ้านายสั่งSakeมากิน ขวดแรกไม่อร่อย
เลยสั่งมาอีกขวด แถมมีเรากินกะเจ้านายอยู่2คน เมาพูดภาษาอังกฤษเป็นไฟเลย
ชิสุบอกว่า ชั้นเมา พูดกะเจ้านายเหมือนเพื่อนเลย แถมจีบพนักงานเสริฟอีกตะหาก
เจ้านายบอกว่า วันหลังก่อนมันไปแฟร์ขายของ ให้มันดื่มซักกรึ๊บ จะได้พูดกะลูกค้าปรื๊อ
แต่ทำไมกรูไม่เห็นจำได้เลยวะว่าพูดไรไปบ้าง!!
รู้แต่ตอนลุกแทบลุกไม่ขึ้น หัวมันทิ่มไปแล้ว แต่คืนนั้นยังมีแรงไปเดินช้อปปิ้งกันต่อจนสร่างเมาเลย
พิกัดร้านนี้อยู่ถนนMiddle Road เยื้องๆกับโรงแรมYMCA ค่าเสียหายมื้อนี้ 1800HKD
แล้วทำไมไม่จองห้องVIPแต่แรกเนี๊ยะ!!!
รูปข้างล่างนี่โดนถ่ายตอนไหนจำไม่ได้ เมาซะ ไอติมไม่ใช่ของตัวเองด้วย 555~

 วันสุดท้านก่อนกลับเรามีเวลาไปเดินเล่นกันทั้งวัน
เพราะพี่โต้งจองflightกลับไว้ตั้ง2ทุ่มกว่า

ตื่นมาcheck outก็เที่ยงแล้ว ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมแล้วก็ไปเดินเล่นลั๊นลากัน
ไปกินข้าวเที่ยงกันที่ร้าน"ไม้จิ้มฟัน"
มันชื่อไม้จิ้มฟันเพราะ คนทำกับข้าวชอบคาบไม้จิ้มฟันอยู่ในปาก
เคี้ยวไปเคี่ยวมาเวลาทำกับข้าว 555

ร้านนี้ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูแดง อร่อยมาก กลับเมืองไทยมายังคิดถึงอยู่เลย
มื้อนี้เป็นมื้อเดียวที่ยอมกินเป็ดแบบเต็มๆ หลังจากหลีกเลี่ยงสัตว์ปีกมาได้ซักพัก..
พิกัดร้าน อยู่แถวถนนKowloon Park Drive เหมือนเดิม

กินเสร็จเราก็ลงรถใต้ดินไปที่สถานีCENTRAL เพื่อนไปขึ้นรถเมล์ต่อ

สถานีCENTRALใหญ่มากมาย เดินแค่หาทางขึ้นก็เหนื่อยแระ
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เดินออกนอกเส้นทาง จากโรงแรมไปทำงาน
เพราะทุกครั้งที่มาไม่เคยได้ไปไหนไกลกว่านี้เลย

แถวนี้เป็นแหล่งออฟฟิสนิดนึง วันนั้นเป็นวันจันทร์ด้วย
พนักงานออฟฟิสเดินออกมากินข้าวเที่ยงกันเต็มถนนไปหมด
ได้อารมณ์ประมาณสีลมบ้านเรา

ในที่สุดคราวนี้ก็ได้นั่งรถเมล์2ชั้น มาที่นี่ไม่เคยได้นั่งซักที อยากมานาน…
เรานั่งรถเมล์สาย6ขึ้นไปเที่ยวRepluse Bayกัน
ทางขึ้นเขาแคบและน่ากลัวมาก เมื่อเทียบกับขนาดของรถ
เลี้ยงโค้งสวนกันที ห่างกันไม่ถึงคืบ แต่เค้าขับกันจนชินทางแล้วเลยเฉยๆมั๊ง
ไอ้เราเลือกนั่งหน้าสุดข้างบน เสียวกันไปตามๆกัน
วัดที่นี่เราเคยมาเมื่อหลายปีก่อน..มากับหลิน พี่ขวัญและน้องพลอย
คราวนั้นฝนตก คราวนี้ก็ฝนตกเหมือนกัน…คิดถึง3คนนั่นเหมือนกันแฮะ..

หลังจากไหว้พระ ถ่ายรูปลั๊นลากันเสร็จ เราก็นั่งรถกลับมาแถวๆโรงแรมกัน
แอบแวะซื้อน้ำมะม่วงเล็กน้อย แล้วก็เดินเล่นสืบราคาของแบรนด์ที่Ocean Terminal
ใกล้ๆโรงแรมเรามีพลาซ่าเปิดใหม่ด้วย ยังสร้างไม่เสร็จดีเลย
เห็นแล้วคิดถึงพวกJ-ave,Crystal park แนวๆนั้น มีแต่ของแบรนด์อีกเช่นเคย

ซัก4-5โมงเราก็ขึ้นAirport express (หรือที่เมืองไทยกำลังจะเปิดในชื่อAirport Link)
ใช้เวลาซัก15-20นาที ไปถึงAirport แต่ check in เอากระเป๋าไปก่อนได้เลย
คราวนี้เหลือเรา ชิสุ พี่โต้ง แค่3คน ทำอะไรๆก็สบายหน่อย ไม่ต้องรอกันไปรอกันมา
ได้กินอาหารญี่ปุ่นที่airportด้วย อร่อยดี เป็นมื้อสุดท้ายที่ฮ่องกง
หลังจากนั้นเราก็แยกกันไปshoppingกันในDuty free

บนเครื่องJennieได้กินของเหลือจากBCด้วย เป็นเสต็กเนื้อที่เหลือแค่4จานเท่านั้น ไฮโซ
แต่ไม่ได้อร่อยเท่าไหร่เลย..ขากลับเราเพลิดเพลินกับหนังแอคชั่นชื่อเรื่องอะไรซะกอย่างจำไม่ได้ แต่สนุกดี
ขาไปดูการ์ตูนเรื่องBolt สนุกมากก ร้องไห้ด้วย 555 แต่บินแค่2ชม.นิดๆ กว่าเค้าจะสาธิตวิธีหนีฉุกเฉิน
กว่ากัปตันจะมาสวัสดี กว่าแอร์จะขายของ กว่าจะกินข้าวเสร็จ เกือบดูหนังไม่จบเรื่องแน่ะ

สรุปทริปนี้ ออกแนวตัวใครตัวมัน ทุกคนรู้ทางไปดีอยู่แล้ว
แต่ละคนมีเป้าหมายในการไปเดินซื้อของไม่เหมือนกัน ก็เลยแยกกันไปเลย
อยากทำอะไรทำ สะดวกดี ถึงแม้เจ้านายจะไม่ให้ทำอย่างนั้นก็ตาม 5555
คราวหน้าพี่เล็กมาด้วย เจ้านายอาจจะเลือกโรงแรมดีกว่านี้ก็ได้

รูปสุดท้ายข้างบนนี่ใครเอ่ย??..มาดูของร้านหนุ่มไต้หวันขวัญใจชั้นด้วย
แถมพาเด็กมาเดินเล่นฮ่องกงด้วยอีกตะหาก อิอิ

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s