HK International Jewellery and Watch Fair

ไปHKคราวนี้ เหนื่อยน้อยกว่าคราวที่แล้ว
คงเป็นเพราะว่า พอจะรู้แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง
แต่ไอ้เรื่องต้องเดินเยอะนี่ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว
ก็ยังดีที่รู้ระยะทาง และเส้นทางที่ใช้ในแต่ละที่ ที่จะไป ว่ามันเป็นยังไง
 
 
คราวที่แล้วอยากจะเล่ามากมายว่าเราไปทำอะไรที่HKมามั่ง
แต่ก็ดันป่วยจนพูดไม่ได้ไป2อาทิตย์
กว่าจะกลับมาอัพบล็อค ก็หมดมู๊ดไปซะแล้ว
 
หลายๆคนคงนึกว่าเราได้ไปเที่ยวเฮฮา สนุกสนาน
แต่จริงๆแล้ว ขึ้นชื่อว่าไปทำงาน มันก็ไม่ได้ลั๊นลาขนาดนั้น
 
 
ไปถึงวันแรก เราก็จะนั้งรถโค้ชมาจากสนามบิน พี่ซีกับพี่ก้อยแยกไปดูความเรียบร้อยที่ฮอลก่อน
ส่วนเราเลยไปที่โรงแรม เพื่อแยกไปCheck inก่อน แล้วค่อยตามไปที่ฮอล

วันแรกนี้เป็นวันจัดบูธ เราก็เอาของออกมาเรียง แล้วก็ทำความสะอาดตู้
เช็คระบบไฟ กุญแจตู้ ฯลฯ
ที่HKนี่ แม่บ้านเค้าเนี๊ยบมาก เดินสวนสนามทำความสะอาดกันทุกๆชั่วโมง
ต่อให้ตอนเย็นเราทำไว้รกแค่ไหน ตื่นเช้ามาทุกอย่างจะสะอาดใหม่เอี่ยมหมด
ต่างจากBKK Fairที่กว่าจะตามใครซักคนมาได้ก็ปาไปครึ่งวัน
 

 
หลังจากนั้นก็จะเป็นมื้อเย็นมื้อแรกที่HK วันนี้เราจะไปไม่ได้ไปไหนไกลนัก
เพราะเหนื่อยจากBKK Fairแล้วก็เหนื่อยจากการเดินทางด้วย
ขอเดินใกล้ๆโรงแรม แล้วก็รีบกลับมาพักผ่อน เตรียมรับแฟร์วันแรกดีกว่า
 
 
ส่วนในวันปกติ เราก็ตื่นเช้ามาตอน6โมงครึ่ง เป็นโชคดีของเรามากเลยที่คราวนี้ได้ตื่นสาย
คราวที่แล้วเราต้องตื่นตี5ครึ่ง เพราะต้องตื่นเป็นคนแรกของห้อง
แต่คราวนี้ พี่ก้อยเลือกที่จะให้เราตื่นเป็นคนสุดท้าย ก็เลยได้นอนนานหน่อย
 
 
รู้สึกผิดนิดหน่อย เพราะโดนพี่ก้อยบอกว่าเราแต่งตัวช้าตอนเช้า
โห..เกิดมาไม่เคยโดนอะไรแบบนี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา
เราไม่เคยเป็นคนที่ให้ใครรอตอนเช้า เราจะตื่นและทำอะไรเสร็จคนแรก และเป็นคนรอคนอื่นซะมากกว่า
รู้สึกดีเหมือนกัน เพราะตลอดมาเราคิดว่าเราเร็วแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่เร็วกว่าอยู่อีก
จะได้เร่งสปีดตัวเองตอนเช้าขึ้นอีก..
 
หลังจากรอทุกคนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกันหมดแล้วก็ราวๆ7.30
ก็ออกเดินทางจากโรงแรมที่พักMarco Polo Prince ไปที่ HK Convention and Exhibition Centre
ต้องเดินออกทางหลังโรงแรมผ่าน Ocean Terminal ตลอดทางก็จะมีแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แบรนด์เนมให้ดูเต็ม2ข้างทาง
ความละลานตาของ ของสวยๆงามๆ ก็ทำให้รู้สึกว่าเส้นทางที่เดินนั้นสั้นลงได้..
 

หลังจากนั้นก็ลง Star Ferry จาก Tsim Sha Tsui ไปขึ้นที่ Wan Chai
ใช้เวลาบนเรือราวๆ10กว่านาที พอถึงท่า Wan Chai ก็เดินเลียบฝั่งไปอีกนิดหน่อยก็จะถึงExhibition Centreเลย
ทุกๆเช้า Designerจะแยกไปซื้อข้าวกล่องสำหรับมื้อเช้ามาให้
ข้าวกล่องที่นี่อร่อยกว่าezy-goของ7-11บ้านเรามากมาย เลือกกินได้ไม่ซ้ำวัน
ส่วนคนที่เหลือก็จะตรงไปที่Hallก่อน เพื่อไปเบิกของจากเซฟ
แล้วก็เอามาจัดลงDisplayหน้าตู้และ Trayรวมถึงดูแลความเรียบร้อยต่างๆล่วงหน้าไปก่อน
 

หลังจากจัดทุกอย่างเข้าที่เรียบร้อย ก็มานั่งกินข้าวเช้าที่ซื้อมากันที่บูธ ราวๆ10โมง
มื้อเช้านี่ต้องกินให้เยอะเอาไว้ ถึงแม้จะไม่หิวก็ตาม
เพราะว่าไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะได้กินอีกทีตอนกี่โมง

 

มีวันนึงเรากับพี่ก้อยไม่ค่อยหิวมาก เลยกินแต่แซนวิชกันไปตอนเช้า
สรุปว่าวันนี้นลูกค้าเข้าทั้งวัน ไม่มีช่วงว่างกินข้าวเลย
กว่าจะได้กินอีกทีก็ลากไปมื้อเย็นตอนทุ่มกว่าเลย เล่นเอามือไม้สั่นเกือบเป็นลมกันเลยทีเดียว

 

 
 
ลูกค้าจะทะยอยเข้ามาก็ราวๆ11โมงขึ้นไป ก็ขายของกันไปเรื่อย
ยกถาด แยกถาด แยกของลูกค้า เช็คสต๊อก นับของ จัดเอกสาร ฯลฯ
ลากยาวไปจนถึงปิดงานตอน18.30
พอลูกค้าออกหมดก็เก็บของเข้าสต๊อก แพ็คเข้ากระเป๋า แล้วก็ลากไปเก็บที่ห้องเซฟ
หลังจากนี้ถึงจะเป็นเวลารื่นเริง เรากลับจากงาน ถึงโรงแรมก็ประมาณทุ่มกว่า ถึง2ทุ่มกว่า
แล้วแต่ว่าลูกค้าคนสุดท้ายออกตอนกี่โมง แล้วเราก็จะไปหาข้าวเย็นกิน แล้วก็ตระเวนราตรีกัน

ไปคราวนี้เราแยกไปเดินกับพี่ก้อย2คนซะมากกว่า เพราะพี่ซีเค้าเหนื่อย แล้วก็ขี้เกียจเดิน ขอนอนอยู่โรงแรม
ส่วนDesignerก็แยกไปเดินกันเอง เราก็เลยค่อนข้างคล่องตัว เพราะเรากับพี่ก้อย ถึงไปด้วยกัน แต่ก็แยกกันเดิน
เพราะต่างฝ่ายต่างมีของที่อยากจะดูของตัวเอง อะไรๆมันก็รวดเร็วขึ้น

 

 
แน่นอนว่าโรงแรมเราอยู่บนCanton Roadมีแต่ของแบรนด์เนม
คนเข้าคิวกันเข้าไปดูของในร้านLouis Celine Chanel Armani Fendi
Bottega Venetaฯลฯ มากมาย(อันหลังสุดนี่ ตอนนี้กะลังเป็นแบรนด์ขวัญใจรัตนาวดีเลย)
แต่พวกเราก็หาได้ซื้อของแบรนด์พวกนี้ไม่ 555
เพราะหลังจากกินข้าวเสร็จ เราก็จะนั่งรถใต้ดินไปMong KokไปเดินLady Marketบ้าง
แล้วก็ไปTemple Streetที่jordanบ้าง
เป็นแนวๆตลาดนัด ราคาถูก แต่ต้องอาศัยความสามารถส่วนตัวในการต่อราคา
และอาจจะต้องยอมโดนแม่ค้าด่า ราวกับเราไปขอข้าวมันกิน 5555
 
 
สิ่งที่ชอบซื้อสุดเลยคือประเป๋า ราคาเปิดน่ากลัวมาก 380-320HK$ บร๊ารึเปล่า!!
ต่อกันไปต่อกันมา ไปทริปนี้ รัตนาวดี ได้มา3ใบ 150,120 และ90HK$ตามลำดับ
จริงๆใครซื้อราคาแพงกว่านี้นี่ พลาดมากๆ ไอ้ใบที่เราซื้อมา150นี่ ยังรู้สึกว่าแพงมากมายอยู่
แต่ด้วยอารมณ์ถูกใจ อยากได้มากมาย ก็เลยลืมต่อราคาไปซะงั๊น…
โชคดีที่เจอร้านตาลุงอารมณ์ดีคนนึง เค้าจำหน้าเราได้ ว่าเราเคยซื้อกระเป๋าเค้าเมื่อคราวที่แล้ว
แมร่งจำได้ไงวะ 555+ เกิดเป็นรัตนาวดี ก็แอบดีตรงที่คนจำง่ายล่ะมั๊ง
เค้าก็เลยลดให้เยอะเลย เหมือนคุยกันถูกชะตาด้วยล่ะมั๊ง
ลูกค้าคนอื่นที่เข้ามาถามราคาเราตอนนั้น ยังไม่ได้ราคาเดียวกับเราเลย 555
 
 
หลังจากช๊อปปิ้งตลาดนัดเสร็จ วันถัดมาเราก็เริ่มเดินSasaกับ Bonjour
ตะเวนหาเครื่องสำอางค์ถูกๆ และของที่รับฝากชาวบ้านมาซื้อ
เดินมันทุกสาขาเลย แต่ที่อารมณ์เสียมาก คือซื้อeyeshadow2สีตับเล็กๆของEsteeมาจากBonjourสาขานึง
ราคา28HK$ เราก็ว่าถูกมากกกกกก..แล้ว แค่ประมาณ130บาท แต่พอเดินไปBonjourอีกสาขานึงใกล้ๆกัน
มันดันราคาแค่18HK$!!! อารมณ์เสียม๊ากกกก!!!
 
 
ทุกๆวันจะมีเวลาเดินกันแค่ช่วง3ทุ่มถึง5ทุ่ม
ต้องจัดสรรเวลาดีๆ จะไปไกล หรือจะเดินแถวโรงแรม
Duty free ปิด3ทุ่ม Sasa&Bonjourปิด5ทุ่ม
ต้องวางแผนการเดินกันนิซนึง เพราะยิ่งกลับดึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเวลานอนน้อยเท่านั้น
 
สิ่งที่เซ็งสุดๆเลยในทริปนี้ก็คือ อากาศร้อนมากกกกก
ทั้งร้อน ทั้งอ้าว มรสุมเข้า เหม็นกลิ่นเค็มทะเล ทำให้การเดินช้อปปิ้งไม่สนุกเท่าที่ควร
พี่ก้อยลากสายเดี่ยว เราลากกางเกงขาสั้น เดินถือพัด กินไอติมกัน ร้อนสุดๆ
เรียกกว่าพอกลับมาเมืองไทยแล้ว เมืองไทยอากาศดีไปเลย
 
 
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในแต่ละวัน ก็คือ น้ำมะม่วง Hui Lor Sunที่กินแล้วก็กินอีก
กินได้ทั้งวันทั้งคืน และกินได้คนละหลายๆแล้ว แก้วนึงก็ประมาณ18$-22$
คาดว่าทริปนี้ เจ้านายคงหมดเฉพาะค่าน้ำมะม่วงให้ลูกน้องไปหลายพัน 5555
 
 
แฟร์วันสุดท้าย เราจะต้องช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางที่บรรจุTray Dispaly
และอุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องเขียนต่างๆ ข้ามเรือกลับมาที่โรงแรม หนักมากกก..
บวกกับความเหนื่อยสะสม เล่นเอาพี่ก้อยสลบคาเรือข้ามฟากไปเลย
 
 
ระหว่างทางกลับพี่ชุนชวนไปถ่ายรูปแถวหอนาฬิกาที่อยู่หลังโรงแรม
เค้าจะมีจัดเป็นโคมไฟตามเทศกาลต่างๆ ติดใจตั้งแต่คราวที่แล้ว เดินมาดึกเกินไป เค้าปิดไฟไปซะก่อน เลยไม่ได้ถ่ายรูป
คราวนี้ก็เลยไม่ยอมพลาด เค้าจัดเป็นเหมือนเทศกาลใต้น้ำ
 
 
มาคราวนี้ ค้นพบร้านอร่อยร้านใหม่อีกร้านเอาวินาทีสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ
ชื่อร้านอะไรก็ไม่รู้อยู่แถวๆโรงแรม ตรงข้ามKowloon Park
หน้าร้านมีเขียนป้ายไว้ว่า "มรว.ถนัดศรี กินแล้วชอบมาก" เป็นภาษาไทยตัวใหญ่ๆ
เมนูก็เป็นภาษาไทย แต่เวลาออเดอร์ กรุณาอย่าพูดภาษาไทย เพราะจะไม่ได้กินอย่างที่อยากกิน
ให้ใช้จิ้มรูปเอา เป็นอันชัวร์ที่สุด เรากินบะหมี่หมูแดง กับเกี๊ยวน้ำ
แล้วก็มีผักฉ่อยผัดน้ำมันหอย อันนี้ กล้าพูดเลยว่าอร่อยที่สุดจากที่กินมา4-5ร้าน
 
 
สรุปมาแฟร์คราวนี้สนุกกว่าคราวที่แล้วมากมาย
เรื่องงานก็ไม่เครียด เพราะไม่กดดัน เซ็งๆนิดหน่อยตรงที่ลูกค้าน้อย
เรื่องเที่ยวก็คล่องขึ้น เพราะรู้ทางแล้ว ไม่ต้องคอยเดินตามคนอื่นต้อยๆ
อยากกินอะไรก็กิน อยากช้อปที่ไหนก็ไป
แต่ตอนกลับมาก็แอบโดนดุไปนิดนึง ว่าเจ้านายไม่อยากให้แยกกันไปเที่ยว เพราะห่วงเรื่องความปลอดถัย
 
 
โชคดีของเราที่คราวนี้เตรียมรองเท้ามาดี เป็นแบบรองเท้าแตะเลย แต่เวลากางเกงมันคลุมลงมา
ถ้ามองจากด้านหน้าแล้วก็จะดูเหมือนรองเท้าส้นแบบผู้หญิงทั่วไป เลยเดินซะสะใจเลย
แต่ถึงอย่างนั้นก็ขาลากมากๆ ครีมนวดเท้าที่เคยทาแล้วเอาอยู่ คราวนี้เอาไม่อยู่แล้ว
ต้องอัดพาราก่อนนอนไป2เม็ด แก้ปวดเท้า เชื่อมั๊ยว่าตื่นเช้ามาสบายเท้ามาก เหมือนไม่เคยใช้งานเท้าเยอะๆมาก่อนเลย
แต่พอสายๆหน่อย พาราเริ่มหมดฤทธิตอนเราอยู่ที่แฟร์
ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนขาแทบขาด ไม่อยากยืนอีกต่อไปแม้วินาทีเดียว
 
 
พี่โอ๋designerยังเคยบอกเลยว่า จ๋านี่เก่งเนอะ เดินเท่าคนอื่น แต่ต้องรับน้ำหนักมากกว่าคนอื่น2เท่า
ยังดูไม่ค่อยเหนื่อยหรือล้าเท่าไหร่เลย แถมตอนกลางคืนยังออกไปเดินช้อปกลับดึกทุกคืน สามารถมากๆ
ก็นะ…จะปวดเท้า เมื่อยตัว หรือง่วงนอนซักเท่าไหร่ จะให้บ่นได้ยังไง
เพราะว่าเวลาทำงานเราก็ต้องเต็มที่ จะมาอ้างว่านอนดึกได้ยังไง เพราะเราเป็นคนเลือกที่จะไปเอง
 
 
เฮ้อ…2อาทิตย์กว่า ไม่ได้พักเลย วันนี้เป็นวันอาทิตย์แรกที่ได้พักแบบเต็มๆ
ตอนแรกม๊าชวนไปนอนทำเล็บ แล้วก็นวดเท้า
แต่ไปๆมาๆ ขี้เกียจออกจากบ้าน ขอนอนพักผ่อนดีกว่า
ก็เลยมีเวลาอัพบล็อคซะยืดยาวขนาดนี้
เฮ้อ..จะrechargeตัวเองยังไงดีน๊า
.
.
เหนื่อยจัง……
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to HK International Jewellery and Watch Fair

  1. Punasri says:

    ไม่เห็นพุดถึงเจ๊ออเลย ไปด้วยไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวคืนนี้โทรไปจ้า

  2. Tammy says:

    Dear JA
    I think you already recharged your battery.
    Hope you enjoy working,every office has problems.
    Take more experience for your progress.
    Love you always,
    Mom

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s