เหตุผลที่ทนอยู่…

มีคำๆนึง เค้าบอกว่า เด็กจบใหม่ มักไม่ค่อยมีความอดทน หรือเรียกอีกอย่างว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
มันก็จริงของเค้า…สาเหตุอาจจะเป็นเพราะวุฒิภาวะ และประสบการณ์
เด็กจบใหม่ มีการคาดหวังกับงานสูง หวังว่างานจะเป็นอย่างงี๊ บรรยากาศการทำงานต้องเป็นอย่างงั๊น
แต่พอมาทำงานจริงๆแล้วมันไม่ใช่ ก็ออก…

บางคนบอกเบื่อที่จะต้องทำงานซ้ำๆเดิมๆ ซึ่งจริงๆแล้วมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ เราจะทำงานไม่ซ้ำ
เพราะเรามี "ตำแหน่ง" "หน้าที่" และขอบข่ายงานที่ต้องรับผิดชอบ การไปทำงานของคนอื่น บางครั้งมันก็เรียกว่า"ก้าวก่าย"

 

เฮ้อ..จะว่าไป การที่เราจบมาปีกว่าๆ แล้วเปลี่ยนที่ทำงาน4ที่ นี่ก็ถือว่าเยอะเหมือนกันนะ…555
หาตัวเองไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่เจอ จนถึงทุกวันนี้ งานที่ทำอยู่ ก็พูดได้เต็มปากว่าไม่ใช่งานที่รัก
แต่เพราะความจำเป็นบางอย่าง ทำให้ยังต้องทำอยู่..และหวังเสมอว่าจะรักมันเข้าซักวัน
 
ตราบใดที่เรายังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่..การออกจากงาน และตกงานมาอยู่บ้านเฉยๆ คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
ประเด็นนี้อาจทำให้การตัดสินใจออกจากงานเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
แต่กับคนที่ทำงานมานานๆแล้ว..จะออกจากงานทีต้องคิดเยอะ..
ไหนจะส่งเงินให้พ่อแม่..ค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์..ไหนจะหนี้บัตรเครดิต..รถผ่อนหมดรึยัง..
ว่างงานแล้วจะทำอะไร..จะวางแผนอนาคตต่อไปยังไง…
…มันคือช่วงที่ต้องโตเป็น"ผู้ใหญ่"แล้วล่ะมั๊ง
 
ทำงานที่ไหนๆก็มีปัญหาทั้งนั้นแหละ งานนี้มีปัญหาเรื่องคน งานนั้นมีปัญหาเรื่องเงิน งานโน้นมีปัญหาเรื่องลูกค้า เจ้านาย ฯลฯ
จะอะไรกันนักกันหนา การใช้ชีวิตอยู่เฉยๆโดยไม่ต้องทำงานยังมีปัญหาเลย แค่มีชีวิตอยู่หายใจไปวันๆก็ต้องเจอปัญหาแล้ว
เลือกว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาไหน แล้วก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันดีกว่า…
 
ช่วงนี้ไปทำงานมีแต่คนบ่นเบื่อๆ.. เบื่อความไม่ค่อยเข้าร่องเข้ารอยของงาน
เบื่อที่พอมีปัญหาอะไร กูผิดตลอด..ก็ได้แต่มาระบายให้กันฟัง
เป็นMarketingที่ไม่ค่อยจะได้ทำMarketingกันซักเท่าไหร่
แต่จะหนักไปทางงานของsaleซะมากกว่า..
 
(พูดถึงคำว่าsale คือไม่ค่อยเข้าใจว่า เป็นsaleแล้วมันผิดตรงไหนวะ
หลายคนชอบตีค่าของsaleว่าต่ำต้อย ขายของย่ำต๊อกไปวันๆ "อี๋..เซล"เคยได้ยินคำนี้ด้วยซ้ำ..
"มันก็แค่เซล" .. เคยได้ยินคนพูดอย่างนี้ครั้งนึง…ตลกดีหว่ะ
อะไรบนโลกนี้บ้างที่ไม่ต้องขาย..การแต่งตัวดีๆออกจากบ้าน แต่ละวัน มันก็ยังเรียกว่าการ"ขาย"อย่างนึงเลย
หรือต่อให้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โต ถามว่าไม่ต้อง"ขาย"เหรอไง..
บ้าบอจริงๆ ทุกอย่างบนโลกนี้ก็ต้องขายทั้งนั้นแหละ)
 
สำหรับเรา เป็นพนักงานใหม่ ยังไม่เจอปัญหาอะไรเท่าไหร่ เพราะมีกำแพงอีกหลายชั้นกว่าจะมาถึงตัว
ดีอย่างที่ ที่นี่ยังมีอะไรให้เราเรียนรู้อีกเยอะ..เลยทำให้ยังไม่รู้สึกเบื่อเท่าไหร่
แต่เพราะอะไรไม่รู้ ความรู้สึกมันบอกว่าเราก็ไม่น่าจะอยู่ที่นี่ได้นานเหมือนกัน
ทุกวันนี้ก็ได้แต่พยามทำให้ชีวิตการทำงานมันสนุกสนานขึ้น..ก็เท่านั้น…
 
 
นี่ก็ใกล้x’masแล้ว เลยแต่งโต๊ะทำงานของเราให้เข้ากับเทศกาลซะหน่อย(แอบมีคนหมั่นไส้หลายคน555)
ตอนนี้แบ่งให้เพื่อนทั้งแผนกแต่งโต๊ะด้วยเหมือนๆกัน 5555
ถุงเท้าที่ด้านซ้ายนี้ได้มาจากฮ้งเมื่อนานมากแล้ว…เคยมีครั้งนึงที่แขวนไว้ที่ห้องนอน
แล้วตื่นเช้ามาวันคริสต์มาส มีเงินอยู่2000ในนั้นด้วย..ต้องขอบคุณมามี๊ที่เป็นSantaให้ลูกเสมอ…

ทีมMarketingเรามีกันอยู่5คน มีพี่กุ้งเป็นSupervisor พี่เกด แอ้ เรา และน้องมน
ทุกคนมีชื่อภาษาอังกฤษที่อ้างอิงจากชื่อจริงกันหมด ก็คือ Kelly Kate Annie Jennie and Mandy
เจ้านายเป็นคนตั้งให้ทั้งหมดเพื่อสะดวกในการเรียก ยกเว้นMandyที่เป็นคนตั้งชื่อตัวเอง 5555+

ในรูปข้างล่างนี่คือแอ้ และที่แอ๊บแบ๊วสุดชีวิตอยู่ด้านขวาคือมน…2คนที่ต้องเจอหน้ากัน6วันต่ออาทิตย์…เหอะๆๆๆ
ช่วงนี้พวกเรากำลังวุ่นวายอยู่กับการคิดคอนเสป และหาชุดใส่ไปงานแฟนซีของบริษัทตอนสิ้นปี
วันที่29ธ.ค.นี่ มีงานกีฬาสีตอนกลางวันที่ราชมังคลาฯ แล้วตอนกลางคืนก็มีปาร์ตี้แฟนซีกัน…
เมื่อวานไปเดินดูชุดแฟนซีที่แถวๆพาต้า..สนุกสนานดี ราคาเช่าชุด มีตั้งแต่500-1500ต่อวัน
ขึ้นอยู่กับแบบ..แถวนั้นมีร้านชุดแฟนซีเยอะมากกกก…ทั้งแบบสวยงาม แบบเซะซี่ และแบบตลก เลือกกันซะจนตาลายเลยล่ะ…

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s