Me..Myself : ขอให้รักจงเจริญ

"จิงดิ" "เก่งจัง" มักเป็นคำพูดที่ได้ยินเสมอๆ เวลาบอกคนอื่นว่าไปดูหนังคนเดียว
ก็ยังงงๆ เราไปดูหนังคนเดียวตั้งแต่อยู่ม.4แล้วมั๊ง
เพราะตอนนั้นบ้าดูหนังมาก ต้องดูทุกอาทิตย์ หนังอะไรเข้าใหม่
หนังเรื่องไหน เข้าเมื่อไหร่ รู้หมด พนักงานที่เมเจอร์สมัยนั้นนี่ ซี๊เลย
ได้โปสเตอร์เอามาขายต่อทางอินเตอร์เนทล่ำซำมากช่วงนั้น
เพื่อนๆมันตามไปดูด้วยไม่ไหว ก็เลยเริ่มดูหนังคนเดียวมตั้งแต่ตอนนั้น
 
วันนี้ตั้งใจจะไปนั่งทำเล็บ นวดเท้าที่เมเจอร์(เอกมัย อยู่หน้าบ้าน เดินไปได้)
พอไปถึงแวะไปดูรอบหนัง พอดีเห็นหนังเรื่อง Me..Myself ขอให้รักจงเจริญ
ก็เกิดอารมอยากดูขึ้นมา ก็เลยเข้าไปนั่งดูคนเดียว
(จริงๆอยากดูฮานิบาล แต่เก็บเอาไว้ดูกะแม่ดีก่า)
เข้าไปดูก็เดาเรื่องได้แหละ ใครจะไปดูไม่ต้องอ่านบรรทัดต่อไปเลยนะ จะเริ่มสปอยแระ
เริ่มเรื่องมา นางเอกมันขับรถชนพระเอกจนความจำเสื่อม เลยต้องรับผิดชอบเอาไปเลี้ยงดู
เราว่าคนเขียนบทมันสับสนคำว่า"ความจำเสื่อม"กับคำว่า"ปัญญาอ่อน"ป่าววะ
ถึงขั้นให้อนันดาที่ความจำเสื่อม ต้องเอาแลคตาสิดไปล้างหน้า เฮ๊อ..จะขำดีมั๊ยน๊อ
ตอนนั้นพระเอกมีสร้อยติดตัวมา เป็นชื่อ "Tan" นางเอกเลยให้พระเอกชื่อ "แทน"
พออยู่ๆไปก็เริ่มรักกัน ตามประสา แล้ววันนึงมันก็มีอะไรกัน พระเอกก็บอกว่า
ไม่อยากจำอดีตได้แล้ว อยากอยู่กับนางเอกอย่างงี๊ตลอดไป
 
วันนึง ตำรวจโทรมา ว่าเจอทรัพย์สินของพระเอก ให้มารับของด้วย
นางเอกเลยรู้ความจริงว่า พระเอกเป็นกระเทย เป็นนางโชว์อยู่ที่ภูเก็ต
ตำรวจก็โทรตามญาติๆพระเอกมาจากภูเก็ต
 
ขณะเดียวกัน พระเอกก็เริ่มจำได้ลางๆ ว่าตัวเองมาทำอะไรที่กรุงเทพ
เค้าก็เดินทางไปยังบ้านหลังนึงที่มันผุดออกมาจากความทรงจำ แล้วก็มีผู้ชายเดินออกมาหา
ผู้ชายคนนั้นก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้พระเอกฟัง ว่าเคยเป็นคู่เกย์กันอยู่
สุดท้ายพระเอกเลยนึกขึ้นมาได้ ว่าตัวเองเป็นนางโชว์อยู่ที่ภูเก็ต
แล้วจะมาเซอร์ไพรส์ผู้ชายคู่เกย์ที่กรุงเทพฯ แต่พอมาเจอเค้าที่บ้าน
ก็พบว่า คู่เกย์เค้ามีภรรยา มีลูกแล้ว ก็เลยชีช้ำ เดินคุยโทรศัพท์อยู่
แล้วก็โดนโขมยตีหัว เพื่อชิงทรัพย์ พอเดินโซเซๆออกมา ก็ดันโดนรถนางเอกชน..
 
หลังจากทั้งคู่รู้ความจริง พระเอกก็กลับไปภูเก็ต เพราะไม่อยากให้นางเอกโดนครหาว่ามีผัวเป็นกระเทย
หลังจากนั้นภาพมันก็ตัดให้เห็นว่าทั้งคู่ยังคิดถึงกันอยู่ตลอดเวลา
แล้วสาเหตุที่พระเอกต้องเป็นนางโชว์ ก็เพราะ พ่อแม่ตาย น้าเป็นกะเทยเอามาเลี้ยงไว้
เลยโตมากับที่แบบนั้น โดนจับแต่งตัว โดนยัดเยียดความเป็นหญิงให้
สุดท้ายนางเอกทนคิดถึงพระเอกไม่ไหว ก็ตามกลับไปภูเก็ต แล้วก็ถามว่า
อุ้ม "แทนยังรักอุ้มอยู่มั๊ย"
แทน "คุณอุ้ม…"
อุ้ม "แทนยังรักอุ้มอยู่มั๊ย"
แทน "เรื่องระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้"
อุ้ม "แทนยังรักอุ้มอยู่มั๊ย"
แทน "……..รักสิ"
…ทั้ง2โผเข้าหากัน…
อุ้ม "แค่นั้นแหละที่อุ้มต้องการ แค่แทนรักอุ้มก็พอแล้ว"
– the end –
 
เรื่องนี้มีกลิ่นอายของผู้กำกับอยู่มาก ขนาดฉากที่ออฟฟิสนางเอกไปคาราโอเกะกัน
ยังเอาเพลงพี่อ๊อฟ พงพัฒน์มาร้องตั้ง2เพลง หรือชื่อพระเอก Tan ซึ่งจริงๆแล้วมาจาก Tanya
ธัญญา ก็ชื่อเมียพี่อ๊อฟแก "เจ๊แดง ธัญญา" นี่หว่า เหอๆ…
 
ชอบเพลงประกอบเรื่องนี้ "สิ่งที่ฉันเป็น-อีโบล่า"
เปิดขึ้นมาตอนพระเอกยอมจากนางเอกไป หลังจากพูดว่า…
"คุณอุ้มไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาว่าคุณอุ้มเป็นเมียกระเทยหรอกครับ"
แล้วก็เป็นภาพสโลโมชั่น พร้อมกับเพลงนี้ขึ้นมา
 
"เป็นแค่หนึ่งคนนี้ ที่รู้ดี กับหนทางของใจ
เป็นแค่หนึ่งคนนี้ที่รู้ตัว ว่าไม่ดีเหมือนใคร
อยู่กับความเป็นจริง กับสิ่งที่เป็นไป
เธอก็หนึ่งคนนั้น ที่หวังดี ให้ฉันเป็นเหมือนใคร
เธอก็อยู่ตรงนี้ แต่ว่าเรา จะเหมือนไกลแสนไกล
ที่สุดต้องลากัน เจ็บปวดแต่จำใจ
ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน ได้ร่วม ทางกัน จนสุด หนทาง
จากกันวันนี้ เธอคง ผิดหวังแต่ดีกว่าต้องทรมาน กับสิ่งที่ฉันเป็น"
 
คือ..เพลงนี้มันแต่งมาเพื่อหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยจิงๆ+อารมณ์ตอนนั้นมันโดนสุดๆ
 
สรุปว่าสิ่งที่เราได้จากเรื่องนี้คือ…อนันดา หุ่นดีม๊ากกกกกกกกกกกก
อ่ะ ไม่เกี่ยวๆ 555+ แต่เป็นกระเทยที่ล่ำแมนมากฮ่ะพี่น้อง
 
จิงๆก็คือ เราอาจจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเป็นตอนนี้ คือสิ่งที่เราเป็นจริงๆ
หรือเป็นสิ่งที่คนอื่นยัดเยียดให้เรา สิ่งที่สำคัญก็คือ
เราสามารถเลือกได้ว่าเราจะเป็นอะไร อยู่ที่เราจะเลือกรึเปล่า
 
พระเอกเรื่องนี้ เข้าตำรา "ได้หน้าแล้วลืมหลัง" ป๊ะเนี่ย555+
เพราะตอนจบ สุดท้ายก็กลับไปดีกะนางเอกเหมือนเดิม
แบบไม่สนใจอดีตที่เคยเป็นกระเทย ถือว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด
 
จบเรื่อง"Me..Myself ขอให้รักจงเจริญ"แต่เพียงเท่านี้เอย..
 
นั่งพิมๆมาเนี่ย ทำไมมันรู้สึกปวดหัวตะหงิดๆ
หันไปดูทีวี อ้อ…ใครบอกนักร้องต้องเสียงดี
ขอเถียงสุดใจขาดดิ้น..ไม่เชื่อไปดูเทปคอนเสริทช่อง3สัญจรดิ
แมร่ง เปิดทิ้งไว้เฉยๆไม่ได้ตั้งใจดูยังปวดกะบาล
เสียงแต่ละคน ไม่ใช่ธรรมดา ไม่ใช่แค่ไม่เพราะ+เพี้ยนเท่านั้น
บางคนนี่..ถึงขั้นแย่ แบบไม่ควรขึ้นเวทีเลยด้วยซ้ำ
เสียงนี่จะบีบไปไหน หายใจก็จะไม่ทัน ขนาดลิปซิ้งค์นะเนี่ย
หรือคนทำซาว มันทำให้เสียงออกมาเป็นแบบนี้วะ คือตั้งใจให้ดูใสๆไรงี๊
แต่ชั๊นว่า ไสๆ หัวไปไกลจะดีกว่า ปวดกะบาลมากมาย ถึงขั้นจะอ้วก
ด่าไปก็เท่านั้น ได้ข่าวออฟฟิสอยู่ติดกัน ใช้ผนังเดียวกันเลยด้วยซ้ำ เหอๆๆ
แต่คนดูเยอะมากกกก เยอะโคดๆ พวกแฟนคลับละครไรงี๊
ไม่ไหวว่ะ ทนดูไม่ได้ ขอเปลี่ยนช่องก่อน…
 
ไปอ่านหนังสือเล่มนึงเจอ เป็นประมาณคู่มือเด็กจบใหม่ที่ยังไร้งานทำ
เปิดอ่านผ่านที่ร้านหนังสือ..ก็อือ ตลกว่ะ..แมร่งเป็นข้อมูลที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว
คือถ้ามึงไม่รู้นี่ มึงไม่สมควรจบมาได้อ่ะ แต่หนังสือแบบนี้ก็ยังอุตส่ามีการตีพิมพ์ครั้งที่2ได้
ก็อย่างว่าอ่ะนะ คนตกงานมันก็คงเคว้งๆ อยากหาอะไรมายึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นเรื่องธรรมดา
 
สิ่งที่ควรทำระหว่างยังไม่ได้งาน ก็คือหาความรู้เพิ่มเติม หรือหาอะไรทำที่เป็นประโยชน์กับชีวิต
จะว่าไป เดือนหน้าชั๊นก็เป็นคนตกงานแล้วนี่หว่า เหอๆๆ
มีแต่คนมาด่า..อีจ๋า ดูแกสนุกกับงานมากมาย แกโรคจิตเหรอมาลาออกตอนนี้
ก็นะ..จะไปเรียนภาษาอังกฤษวันเสาร์-อาทิตย์เว๊ย มันใช้เวลาตั้งแต่10.30-15.00
ก็เลยลาออกมันซะเลยจะดีกว่า จะได้มีเวลาอยู่กับแม่ด้วย
แต่ก็สนุกกับงานจริงๆนะ ยิ่งช่วงนี้มีเดอะซิงเกอร์ มีเรื่องสนุกๆให้เล่าทุกวันเลย
เวลามีงานมันก็สนุก เวลาไม่มีงานมันก็เซ็งๆ งี๊แหละเนอะ..
 
ช่วงนี้ก็เลยหาหนังสือมานั่งอ่านเล่มนึง "สร้างเว็บสวยด้วยDreamWeaver8"
อยากทำเป็นมานานแล้วแหละ ไอ้DreamWeaverเนี่ย
สมัยก่อน เขียนเว็บhtml ด้วยnotepad นั่งแก้โค๊ดเป็นวันๆเลย
ยังไม่มีเครื่องมืออะไรช่วย ยังสามารถทำได้เลย
DreamWeaverนี่ ก็คงจิ๊บๆ ขอเวลานั่งเล่นซักพัก
หลังจากบรรลุDreamWeaverแล้ว จะไปFlashต่อ
คาดว่าคงไม่มีอะไรเกินความสามารถ
 
อยากทำเว็บเป็น เป็นแบบดีๆอ่ะ ไม่ใช่เว็บง่อยๆ
ถ้ามีFlashมาเพิ่มลูกเล่น เว็บก็คงดูไฮโซขึ้น
 
ช่วงนี้กำลังสนใจพวกE-commerceด้วยแหละ
การค้าขายทางInternetพวกเนี๊ยะ น่าสนใจดี
อนาคต มันก็คงไปShop Onlineกันหมดแล้ว
เพราะเวลาเป็นเงินเป็นทองใช่มะ..
ส่วนจะขายไรนั้น ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตไปก่อน
ตอนนี้มาเริ่มต้นจาก ทำเว็บของตัวเองให้เป็นก่อนละกัน อิอิ
 
นี่เป็นปกหลังของหนังสือเล่มนี้…อ่านๆไปแล้วจะเป็นงี๊ป่าวหว่า
รูปปกหลังนี่ เป็นสัญญาณไม่ดีเลยแฮะ…เอิ๊กๆๆ..คร่อกกก
 
สำหรับคุณๆที่เข้ามาอ่านทุกคน "ขอบคุณนะ" ไม่รู้จะพูดไร
มีคนเข้ามาอ่านบล็อคเรา เฉลี่ยวันละประมาณ10คนได้
วีคนึงนี่มีคนเปิดเข้ามาตกประมาณ70-80ครั้ง
(รวมทั้งตัวเราด้วยอ่ะนะ) ซึ่งเราว่าเยอะอ่ะ เยอะมาก
บางคนsearchมาเจอเราจากทางGoogle
บางคนมาจากหน้า What’s new ของ msn
บางคนมาจากเพื่อนๆในMSNที่เห็นดาวหน้าชื่อเรากระพริบๆ
หลายๆคนเป็นคนที่เราไม่คิดว่าจะเข้ามาอ่าน(รู้นะว่าเข้ามา..อิอิ)
ก็ขอบคุณละกัน ไม่ว่าจะเข้ามาด้วยเหตุผลอะไร
ขอบอกว่าแต่ละวันเราพิมเยอะมาก พล่ามเรื่อยเปื่อยไปตามประสา
ไม่ต้องอ่านหร๊อก ไม่ค่อยมีอะไรมีสาระเท่าไหร่ 555+
ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านและแสดงตัวด้วยกานเม้นต์ทุกคนด้วยละกัน
แล้วก็ พี่บ๊อบ ขอบคุณที่เข้ามาเป็นระยะๆนะคะ
 
ก่อนจากกันวันนี้ขอบอกว่า….เดือนหน้าว่างแล้วค่ะพี่น้อง!!
ใครจะชวนไปเที่ยวไหน กรี๊งกร๊างมาได้เลยตลอด24ชม.(ถ้าไม่กัวโดนกรูด่า)
คิดถึงทุกคน คิดถึงเพื่อนๆSJCมากมายเลยอ่ะ..รักนะ จุ๊บๆ
(โอว..เริ่มพิมตั้งแต่5ทุ่มครึ่งมาเสร็จเอาตอนตี1นิดๆ พิมเยอะไปป่ะเนี่ย
จิงๆยังมีเรื่องเล่าอีกมากมาย แต่เอาไว้ทะยอยเล่าวันหลังละกัน)
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s