สาวนักธุรกิจ VS สาวศิลปิน

เมื่อไม่กี่วันก่อนเราเพิ่งได้คุยกับผู้ใหญ่ท่านนึง
(ขื่อ เกษม กรเสรี : จารึกไว้จะได้ไม่ลืม)
เค้าเคยทำงานด้านการโฆษณา แล้วก็เลื่อนไปทำทางการตลาด
ตอนนี้ตำแหน่งก็สูงอยู่พอสมควร
 
การที่เราได้คุยกันผู้ใหญ่เนี่ย มันก็ดีเหมือนกันนะ ได้ฟังเค้านั่งเล่าประสพการณ์ต่างๆที่เค้าเคยพบเจอมา มันก็สนุกดี แล้วก็ได้ความรู้มากมายเลย เป็นการ"เรียน" โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย..อิอิ
 
น่าเบื่อตรงที่เราเป็นคนstart conversationไม่ค่อยเก่ง จริงๆแล้ว เราไม่ค่อยเริ่มพูดกับใครก่อนเลยด้วยซ้ำ ทำให้มัวแต่นั่งเงียบกันอยู่ตั้งนาน กว่าจะได้เริ่มคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว
 
คุณอาเค้าก็สอนเราหลายอย่าง ให้เราหัดคิด หัดมองในมุมที่คนอื่นเค้าไม่เห็นกัน หัดสะสมข้อมูล information is power เสมอ ในโลกของการแข่งขัน
 
คนเรานี่ก็แปลกนะ มันจะมีแตกต่างกันอย่างสุดขั้วอยู่2แบบ…
แบบแรกก็คือ เป็นคนเรื่อยๆ มีเป้าหมายนึงในชีวิต พอทำสำเร็จ แล้วก็ยอมที่จะหยุดอยู่ตรงนั้น คือมีความพอใจในตัวเอง มีชีวิตที่เรื่อยๆ ไม่ชอบการแข่งขัน อะไรก็ได้ง่ายๆ
แบบที่2ก็คือ มนุษย์ตัวเลข ทุกอย่างคือการท้าทาย ทุกอย่างคือธุรกิจ การทำงานคือการแข่งขัน ต้องวิ่งตามกระแสให้ทัน มีอะไรใหม่ฉันต้องรู้ เป้าหมายไม่ใช่การประสพความสำเร็จ แต่คือการหาเป้าหมายใหม่ หลังจากบรรลุเป้าหมายเดิมได้แล้ว
 
เราคือคนแบบไหนกันแน่นะ…
เราว่าแบบแรกก็ดีนะ มันสบาย"ใจ"ดี แต่พอมานั่งถามตัวเองดูดีๆแล้ว เรากลับชอบแบบที่2มากกว่า
เรากลับชอบความท้าทาย ชอบการแข่งขัน ชอบการอยู่ในโลกของข้อมูลที่หมุนอย่างรวดเร็ว
นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่มันทำให้เราไม่สบายใจ เพราะ…
 
เรารู้สึกว่าเราไม่สามารถไปแข่งขันกับใครเค้าได้เลย
เราไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง (โดยเฉพาะช่วงที่จะเรียนจบอยู่เนี่ย)
เพื่อนๆก็พยามบิ้ว แต่มันก็บิ้วไม่ขึ้นซักเท่าไหร่หรอก
เฮ๊อออ….จะจบอยู่แล้ว
เราจะไปทางไหนต่อเนี่ยย ในเมื่อยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบทางไหนแน่
เรายังหาตัวเองไม่เจอ ทั้งๆที่พยามหามาตลอด4ปี
 
อิจฉาคนที่เค้าหาตัวเองเจอแล้ว เค้าจะได้เอาเวลาที่เหลือไปพัฒนาskillที่เหมาะกับอาชีพที่เค้าอยากทำในอนาคต
เราเป็นคนเรียนโฆษณา ที่รักงานการตลาด ตอนเอนท์ติด อยากเป็นครีเอทีฟ
ปี2อยากเป็นanimator
ปี3อยากเป็นart-di
ปี4เทอม1อยากเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ
 
มาถึงตอนนี้..เราไม่รู้แล้วว่าเราอยากเป็นอะไร
อีกไม่กี่เดือนก็จะต้องใส่ชุดครุย ถ่ายรูปกับเพื่อน และครอบครัว
คงจะต้องมีความสุขกันมาก แต่…หลังจากนั้นล่ะ
เมื่อแสงแฟรชในวันรับปริญญาดับลง เมื่อเราหมดหน่วยกิจที่จะต้องเรียนในมหาลัย
เมื่อเราต้องเริ่มแยกย้ายจากเพื่อนๆ เมื่อเราต้องเริ่มที่จะทำทุกๆอย่างด้วยตัวเอง (-*-)
 
ไอ้จะเรียนต่อ..มันก็ดูง่ายไป ยังไม่รู้อยากทำไร แล้วจะไปเรียนต่ออะไร ที่ไหน..
ถ้ายังหาตัวเองไม่เจอ จะไปเสียตังเรียนให้เปลืองทำไม
ทำงานเก็บตังไปเรียนต่อเองดีกว่า…จะเกาะพ่อแม่ไปจนวันตายเหรอไง
 
เฮ๊อ……ทำไมเราเป็นคนที่คิดอะไรมากมายกับชีวิตขนาดนี้นะเนี่ย
ถ้าท่องไว้ ไม่คิดๆๆๆๆ ได้ ก็จบแล้ว 55555+
 
พูดถึงป๊า Happy Daddy’s Day นะคะ
 
PS.วันนี้ซื้อHarry Potter and the Half-blood princeมาอ่านละ
ชื่อนายกให้คำนิยมนี่ขึ้นปก จะตัวใหญ่กว่าชื่อคนแปลซะอีก เหอๆๆ
 
ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่แวะเข้ามาอ่าน และ ให้กำลังใจกันนะคะ^^
ไม่มีพวกคุณ เราก็แย่เหมือนกัน…T^T
 
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

5 Responses to สาวนักธุรกิจ VS สาวศิลปิน

  1. Uratcha says:

    We\’ll see what\’s coming toward our lives!!

  2. Siripattana says:

    ไม่ต้องคิดมากนะหนูจ๋านะ…อย่างเพื่อนเราตอนนี้จบโทมาบางคนยังไม่ได้ทำอะไรเลย…อยู่บ้านวันๆเพราะหาเป้าหมายชีวิตไม่เจอ…จิงๆแล้วน่าจะลองทำหลายๆอย่างเล่นๆดู…บางทีเราก็ไม่รู้ตัวเองหรอกนะว่าควรทำอะไร…แต่พอทำหลายๆอย่างจะพบความจริงบางอย่าง…ว่าเราควรทำอะไร…เหมือนกับที่เราเจอคนหลายประเภท…ในที่สุดเราก็จะเจอคนที่ตรงและเข้ากับเราเป็นเพื่อนกับเราได้ที่สุด…เช่นเดียวกับงานและอนาคตที่เข้ากับเราเช่นกัน…สู้ๆนะ…

  3. Siripattana says:

    ไม่ต้องคิดมากนะหนูจ๋านะ…อย่างเพื่อนเราตอนนี้จบโทมาบางคนยังไม่ได้ทำอะไรเลย…อยู่บ้านวันๆเพราะหาเป้าหมายชีวิตไม่เจอ…จิงๆแล้วน่าจะลองทำหลายๆอย่างเล่นๆดู…บางทีเราก็ไม่รู้ตัวเองหรอกนะว่าควรทำอะไร…แต่พอทำหลายๆอย่างจะพบความจริงบางอย่าง…ว่าเราควรทำอะไร…เหมือนกับที่เราเจอคนหลายประเภท…ในที่สุดเราก็จะเจอคนที่ตรงและเข้ากับเราเป็นเพื่อนกับเราได้ที่สุด…เช่นเดียวกับงานและอนาคตที่เข้ากับเราเช่นกัน…สู้ๆนะ…

  4. Unknown says:

    ถึง "จ๋า" จะค้นพบตัวเอง…ในวันนี้แต่ "จ๋า" ในวันหน้า…ก้ออาจเปลี่ยนแปลงได้แล้วจะกังวลหรือคิดมากไปทำมายกั๊น……เปิดใจให้กว้าง……เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ……สนุกกับชีวิต…ดีกว่าเสียเวลาคิดหา "คำตอบ" ที่อาจไม่มีคำตอบเลย…เพราะ "จ๋า" อาจจะ "สูญเสีย" จังหวะและโอกาสดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตโดยไม่ทันรู้ตัว… ก้อได้นะ

  5. Ching Yi says:

    เป็นกำลังใจให้นะ…เราเชื่อว่าอะไรที่จ๋าอยากทำ จ๋าต้องทำได้ดีและสำเร็จด้วยจ้า… หนังสืออ่านจบแล้สยืมอ่านบ้างจิ..อิ..อิ…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s