ล้มแล้วก็ต้องลุก…

ไม่ไหวเล๊ย….เมื่ออาทิตย์ก่อนวันเกิด ยังHappyๆอยู่เลย เราก็บอกหลินอยู่แหม่บๆ ว่า อะไรๆที่มันดีๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆ เมื่อช่วงนั้นมันผ่านไปแล้ว อะไรๆมันจะเลวร้ายกว่าเดิมรึป่าววะ
 
แต่มันก็ไม่ถือว่าเลวร้ายอะไรมากหรอกนะ งานประกวดทั้งหมดที่เราเข้ารอบ มันไม่ชนะเท่านั้นเอง มันก็แค่ได้ชื่อว่าเข้ารอบ10ทีม หรือ15ทีม สุดท้ายเท่านั้น
งานSPY อันนี้เราทำใจได้ไปนานแล้ว ดันประกาศผลตอนวันเกิดเราพอดีด้วย แต่เราก็ยอมรับนะว่าเราอ่อนเกี่ยวกับเรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับแอลกอฮอร์ มันมีอะไรอีกเยอะที่เราเอามาเล่นโดยที่ไม่ได้ดูข้อกฎหมาย แต่ทีมที่ชนะก็เป็นเด็กมหาลัยเรา เย้ๆๆๆ ได้ตั้งแสนนึง ดีใจด้วยเน้อ…
 
งานU-SA เราได้เห็นบอร์ดของทุกคนที่เข้ารอบเมื่อวานนี้เอง ส่วนตัวเชอบของทีมเราสุดอ่ะ(อาจจะbiasก็ได้มั๊ง) ทีมอื่นมันเหมือนๆกันไปหมดเลยอ่ะ เราว่าเล่าเรื่องซ้ำๆกันหลายๆทีม นั่นแสดงว่าความคิดคุณไม่สดจริง แบบว่าใครๆก็คิดได้
แต่พอมาถึงรอบชิง ให้ทำผลิตภัณฑ์แก้ภาพลักษณ์ ครีมโอ ที่เป็นผลิตภัณฑ์เลียนแบบโอรีโอ เราคิดไรไม่ออกจริงๆ มีเวลาแค่อาทิตย์เดียว แถมเราต้องอ่านหนังสือสอบMK(ซึ่งก็สอบไม่ได้ดีหรอกนะ) เวลาเตรียมงาน+ศึกษาข้อมูลน้อยมาก ยอมรับเลยว่าส่งงานไปงั๊นๆ แอ้เตรียมตัวก่อนPersentไม่ถึงชั่วโมงเลย แล้วมันก็ตกรอบไปในที่สุด ด้วยเหตุผลเดิมๆ ที่เราๆในกลุ่มก็รู้ๆกันอยู่
 
1 ก็คือ งานมันไม่ตอบโจทย์ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เราไม่ได้ตีโจทย์ไม่แตกนะ เพียงแต่เราไมมีความสามารถพอที่จะแก้โจทย์ตะหาก เราชอบคำนึงที่เพื่อนที่ABAC (คนที่ชนะที่1) พูดไว้ตอนนั่งกินข้าวกัน
"เวลาเรานั่งคิดไอเดียเนี่ย นั่งคนเดียวมันก็ได้10 แต่นั่ง3คนมันไม่ได้30นะ มันได้เป็นร้อย"
ถูก!!! เค้าspend time กับมันวันละ6ชม. เขี่ยไอเดียเห่ยๆทิ้งไปเป็นร้อย สมควรได้ เรารู้ว่าเค้าจะไดเต้งแต่คุยกะเค้าก่อนกินข้าวแล้ว เค้าใช้เงินกะมันเยอะด้วยล่ะ ก็น่าจะได้กลับมา
2 งานretouchที่ไม่เนียนจนโจ่งแจ้งเกินไป อย่างเราเอางานของโอรีโอ้มาทำเนี่ย รีทัชไม่เนียนจริง ก็อย่าใช้ดีกว่า มันdiscreditตัวเองชัดๆ
3 BUDGET อันนี้ก็นั่งคุยกันไปทุกวันๆๆๆๆ แต่ไม่ทำกัน เลี่ยงกันไปทำโน่นทำนี่ ในที่สุดก็ลืม เป็นไงล่ะ โดนกรรมการด่า ว่า "นี่สงสัยต้องเป็นลูกคนรวยแน่เลย ทำแบบเทกระจาดมาก" พอเค้าถามถึงbudgetก็เงียบกานหมด
4 เราเตือนตัวเองเสมอว่า พวกเราสนุกกัยงานรีทัชมาก เอาโน่นไปแปะนี่ เอานี่ไปแปะนั่น จนทำให้IMC ที่เป็นสื่อ ambient media มีเยอะเกินไป เป็นไงล่ะ กลายเป็นMassไป ไม่คิดว่าโดนกลุ่มเป้าหมายรึเปล่า หรืองบจะบานรึเปล่า เห็นมะ ทั้งๆที่เตือนตัวเองไว้แล้วเชียว งานหน้า ก่อนจะรีทัชอะไร ต้องถามก่อนว่าทำไปเพื่ออะไร  ไม่ใช่ว่า เออ แม่งสวยดี รีทัชแปะ แม่งเลย ตัดใจทิ้งงานนั้นไปดีกว่าถ้ามันไม่ตอบโจทย์ อย่ามานั่งพูดว่า "ทิ้งจริงเหรอวะ กูอุตส่าห์รีทัชมา"
ยังไงก็ตาม ทุกอย่างมันจบตั้งแต่ข้อที่ว่ามัน"ไม่ตอบโจทย์"แล้วล่ะ—จบข่าว—
 
จะว่าไปงานนี้มันก็คงมีไรดีๆมั่งล่ะ ได้ใบประกาศมา แต่ไม่ได้ตัง งานSPYได้ตังแต่ไม่ได้ใบประกาศ เหอๆๆ จริงๆเราไม่รู้เหมือนกันว่ะ ว่าอยากได้ตังหรือใบประกาศมากกว่ากัน คงจะเป็นตังล่ะมั๊ง เพราะในประกาศด้านนี้เราเฉยๆ จริงๆ อนาคตก็ไม่รู้จะได้ใช้รึเปล่า เพราะเราก็ชอบงานทางด้านProductionมากกว่า
 
ถ้าจะหาข้อดีของการเข้ารอบสุดท้ายU-SA ทั้งๆที่ทีมเราเป็นทีมสำรอง ก็คงเป็นเราได้เจอเพื่อนๆล่ะมั๊ง ได้คุยกัน ได้เห็นงานของคนอื่น บางทีต่างจังหวัดเค้าก็ไม่ได้แย่อย่างที่เราคิดนะ
เราเจอ "ฝัน" เคยเป็นเพื่อนที่เซนต์โย เค้าเรียนศิลปากร ได้ที่2งานนี้ด้วยล่ะ แล้วก็กลุ่มที่ABACก้น่ารักดี เหอๆ มันขำๆกันดี นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันอยู่2กลุ่มเนี่ย
 
งานนี้คงดีสำหรับแอ้อีกแล้ว.. พี่ที่เป็นSenior Creative ที่Access เค้าก็มาขอเบอร์ไป เห็นจีบๆแอ้ตั้งแต่ตอนPresentแล้ว ก็ดีนะ หาconnectionไว้เยอะๆ ไม่ชนะงานนี้ แต่มันก็มีโอกาศได้เป็นAEที่Accessสูงอยู่เหมือนกัน(ถ้าจะทำอ่ะนะ) เหอๆๆ แหมๆๆ มีที่ดีๆให้เลือกตั้งเยอะนะ ทั้งJWT Y&R ตอนนี้มีAccess พ่วงมาอีก ขอให้สนุกละกัน
 
สรุปผลการประกวดCream-Oก็คือ
1 ABAC
2 ศิลปากร
3 ศิลปากร
Best Marketer :ABAC(กลุ่มเค้ามีคนชื่อ กอล์ฟ, ม้อนท์.โจ๊ก ขอพิมพ์ไว้หน่อย เดียวลืม)
 
งานต่อไปก็คืองาน HAPPY ไม่ใช่เล่น โจทย์ก็คือ"HAPPYยกแก๊งซ์" งานนี้ไม่เข้ารอบชัวร์ ไม่ค่อยอินกะโจทย์ว่ะ คิดงานไม่ออก เหอๆๆ อย่างที่บอก 1คน10ไอเดีย 3คนไม่ใช่30แต่เป็น100ไอเดียนะ!!
 
ดูๆไปเหมือนเราเป็นนักล่ารางวัล (มีคนเค้าเรียกอย่างนั้น) แต่เราว่าเราสนุกกับการทำงานมากกว่า รางวัลมันเป็นส่วนประกอบ การที่ได้ทำงานกับเพื่อนๆ ถึงแม้บางทีจะขัดใจกันบ้าง บ่นกันไปบ่นกันมาบ้าง ถีบกันตกเตียงบ้าง แต่มันก็ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น (จริงๆ) แถมได้รู้จักเพื่อนต่างม.ที่น่ารักๆ(จริงๆ..อิอิ) แล้วก็ได้เห็นงานของคนอื่น เห็นว่าคนที่อยู่ในสังคมคนละสังคมกับเรา เราคิดงานกันยังไง เปิดหูเปิดตาให้มันกว้างกว่าเดิมน่ะ แค่นี้มันก็คุ้มแล้วล่ะ (ไม่คิดเป็นcostด้านการเงินนะ เหอๆๆ)
 
สุดท้ายนี้…จะขอทิ้งท้ายไว้ว่า ถึงแม่เราจะพยามเท่าไร แต่ผลมันไม่ออกมาดีอย่างที่เราควดหวงไว้ เราก็จะไม่ยอมแพ้หรอกนะ การประกวดทั้งหมด ถือว่าเป็นประสพการณ์ที่ดี โอกาสที่ได้พรีเซ้นต์งานต่อหน้า creative, marketerดีๆ ดังๆ หรืออย่างงานSPY มีทั้ง คุณ ศิริกุล เลากัยกุล. คุณ ปรเมศ รัชไชยกุล .คุณธีพันธ๋ โล่ทองคำ. คุณวิทวัส ชัยปะนิน(สะกดผิดต้องขออภัย) บุคคลพวกนี้คงไม่มีใครในวงการโฆษณาและการตลาดไม่รู้จัก และเราคงได้แต่อ่านหนังสือที่เค้าเขียน หรือเห็นหน้าเค้าตามหนังสือBrandageเท่านั้นแหละจริงมั๊ย แต่แอ้กับหยก… เธอ2คนได้ยืนพรีเนต์งานต่อหน้าเค้า โดนเค้ายิง และพวกเราก็ได้แนวคิดดีๆจากเคาตั้งมากมาย มองอย่างงี๊มันก็คุ้มแล้ว ใช่มั๊ยล่ะ
 
ต่อไปนี้ต้องพยามเตือนตัวเองให้ขยันมากขึ้น แล้วก็เข้าเรียนมากขึ้นด้วย
ชีวิตมันต้องก้าวต่อไป มันจะหยุดก็ต่อเมื่อเราหมดลมหายใจเท่านั้นแหละ
เหมือนConcept ของทีมที่ชนะ คือ "Cream-O must go on" เราก็ต้องGo on!! เหมือนกัน จริงมั๊ย???
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s